บทความน่าสนใจ

ตลาดดนตรีเฮฟวี่เมทัลกระแสหลักในกรุงเทพฯ: ทศวรรษที่ 1980

ตลาดดนตรีเฮฟวี่เมทัลกระแสหลักในกรุงเทพฯ: ทศวรรษที่ 1980

ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 เริ่มเกิดตลาดของดนตรีเฮฟวี่เมทัลขึ้นในกรุงเทพฯ จากการสนับสนุนของนักจัดรายการวิทยุและการแพร่กระจายของ “เทปผี” (เทปละเมิดลิขสิทธิ์) การที่ชาวกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงดนตรีเฮฟวี่เมทัลได้มากขึ้นก็ทำให้เกิดกลุ่มผู้ฟังดนตรีเฮฟวี่เมทัลขึ้น และก็เริ่มมีการจัดงานแสดงดนตรีสดมาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ฟังเหล่านี้ ผู้ที่มีบทบาทในการจัดงานแสดงดนตรีสดเหล่านี้ก็ได้แก่บรรดานักจัดรายการวิทยุที่จัดงานแสดงดนตรีเหล่านี้ตามพื้นที่สาธารณะเช่น โรงภาพยนตร์ หอประชุม และ สวนสาธารณะต่างๆ นักดนตรีที่เล่นดนตรีเฮฟวี่เมทัลในช่วงนี้เป็นส่วนผสมกันของนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่หลงเหลือมาจากทศวรรษที่ 1970 และนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลวัยรุ่นที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ รูปแบบการผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลแบบนี้จบสิ้นไปเมื่ออุตสาหกรรมดนตรีในไทยเติบโตสุกงอมจนสามารถยึดครองพื้นที่สื่อที่เคยเผยแพร่ดนตรีเฮฟวี่เมทัลอย่างรายการวิทยุไปพร้อมๆ กับร่วมมือกับรัฐบาลในการปราบปรามเทปผีซึ่งเป็นสื่อหลักที่สาธารณะชนจะเข้าถึงดนตรีเฮฟวี่เมทัลได้

นักดนตรีเฮฟวี่เมทัลในกรุงเทพฯ ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 จำนวนมากเป็นนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่มีชื่อเสียงมาจากการเล่นดนตรีในค่ายจีไอที่ยังเล่นดนตรีอยู่ อย่างไรก็ดีก็มีนักดนตรีรุ่นใหม่ๆ ปรากฏขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่านักดนตรีรุ่นใหม่ๆ เหล่านี้เป็นใครมาจากไหน นอกจากคำบอกเล่าประปรายของนักดนตรีและนักฟังเพลงรุ่นหลังจากนั้นที่เคยผ่านยุคสมัยนี้มาเมื่อครั้งยังเยาว์วัย พวกเขาเล่าว่านักดนตรีเหล่านี้เป็นวัยรุ่นที่ชื่นชอบดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่ตั้งวงดนตรีกันขึ้นมา “แกะ” เพลงเฮฟวี่เมทัลจากเทปและนำมาเล่นในห้องซ้อมดนตรี  จากที่ข้อมูลรวบรวมมาได้ พบว่ามีวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลระดับมัธยมเกิดขึ้นด้วย เช่น วง Sadism จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลในระดับมหาวิทยาลัยปรากฏขึ้นประปรายด้วย วงดนตรีเหล่านี้มีพื้นที่ในการแสดงในงานแสดงดนตรีในโรงภาพยนตร์ตอนเช้าที่ชื่องานว่า “Long Live Rock N’ Roll” จัดโดยนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง วิฑูร วทัญญู

นักดนตรีเฮฟวี่เมทัลวัยรุ่นเหล่านี้เป็นนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลรุ่นแรกๆ ของไทยที่เล่นดนตรีเฮฟวี่
เมทัลโดยไม่รับค่าจ้าง บุญเกิด แซ่หรือ นักดนตรีเฮฟวี่เมทัลรุ่นปลายทศวรรษที่ 1980 เล่าให้ฟังว่านักดนตรีรุ่นพี่ของเขาที่เป็นนักดนตรีวัยรุ่นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 เล่าให้ฟังว่า การเล่นแสดงดนตรีตามโรงภาพยนตร์ของวัยรุ่นในสมัยนั้นนักดนตรีจะไม่ได้ค่าจ้าง แต่ผู้จัดจะให้สินค้าจากผู้สนับสนุนการจัดแทน ดังที่มีการเล่าว่า นักดนตรี “ได้ลูกอมมาเป็นกล่องๆ เลย” อย่างไรก็ดีมีการรายงานว่าการเล่นดนตรีตามโรงภาพยนตร์นั้นเป็นงานที่รายได้ดีมากสำหรับนักดนตรีอาชีพที่เล่นดนตรีเฮฟวี่เมทัลมาตั้งแต่ตอนปลายทศวรรษที่ 1970 เช่นกัน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่ายุคนี้เป็นยุคแรกที่เริ่มเกิดนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลมือสมัครเล่นที่ได้แสดงสดในพื้นที่สาธารณะ

ซึ่งความแตกต่างของพวกเขากับนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลอาชีพ ก็คือการที่พวกเขาจะไม่ได้รายได้จากการเล่นดนตรีเลย ในขณะที่นักดนตรีอาชีพจะมีรายได้จากการเล่นดนตรีที่เป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ดีประเด็นอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในการแสดงสดดนตรีเฮฟวี่เมทัลช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 วงดนตรีไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงส่วนตัวที่จะใช้ในการแสดงอีกแล้ว วงดนตรีสมัครเล่นในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยไม่น่าจะมีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้ซื้อเครื่องเสียงของตัวเอง ดังนั้นเครื่องเสียงในการแสดงสดจึงน่าจะเป็นภาระที่ผู้จัดงานแสดงดนตรีต้องจัดหามาไม่ใช่วงดนตรี นอกจากนี้คำบอกเล่าว่าวงดนตรีเหล่านี้เป็นนักดนตรีวัยรุ่นที่ซ้อมดนตรีกันตามห้องซ้อมดนตรียังชี้ว่าในช่วงนี้เริ่มมีห้องซ้อมดนตรีให้บริการในกรุงเทพฯ แล้ว ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าใน
ยุคนี้ ต้นทุนการตั้งวงดนตรีเฮฟวี่เมทัลลดลงจากช่วงที่แล้ว ที่วงดนตรีต้องมีทั้งเครื่องเสียงและ “เด็กยกเครื่อง” ด้วย การลดต้นทุนลงดังกล่าวน่าจะส่งผลให้เกิดนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลในไทยมากขึ้น

การเพิ่มขึ้นของนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลในกรุงเทพฯ ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ดูจะเป็นภาพสะท้อนของการเติบโตทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ที่รายได้เฉลี่ยของประชากรเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงปี 1970-1977 การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องของการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยที่รวมศูนย์มาที่กรุงเทพฯ ตลอดตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1960 แนวทางการพัฒนานี้ทำให้ประชากรในกรุงเทพฯ มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับรายได้ต่อหัวในภาพรวม การเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากรเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เกิดตลาดของดนตรีสดเฮฟวี่เมทัลขึ้นในกรุงเทพฯ ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 แม้ว่าดนตรีดิสโก้จะทำให้บรรดาเจ้าของสถานบริการเลิกจ้างวงดนตรีไว้ประจำสถานบริการในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 และต้นทศวรรษที่ 1980 แต่เมื่อดนตรีดิสโก้เริ่มค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป ตลาดของดนตรีร็อคและเฮฟวี่เมทัลก็เริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง ตลาดนี้มีต้นกำเนิดจากการสนับสนุนของบุคคลสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกคือนักจัดรายการวิทยุ กลุ่มที่สองคือผู้ประกอบการเทปผี

บทความโดย : อธิป จิตตฤกษ์ : กำเนิดและพัฒนาการของสนามของการผลิตดนตรีเมทัลไทย, ทศวรรษที่ 1970 ถึง 2010

0 Comments 0 Comments
0 Comments 0 Comments