บทความน่าสนใจ

วิถีของนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลจากกรุงเทพฯ ในครึ่งหลังทศวรรษที่ 1970

วิถีของนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลจากกรุงเทพฯ ในครึ่งหลังทศวรรษที่ 1970

สงครามเวียดนามจบลงในปี 1975 การจบลงของสงครามก็คือจุดจบของค่ายจีไอ คลับบาร์ตามค่ายเหล่านี้ด้วย เมื่อสถานบริการเหล่านี้ปิดตัวไปพร้อมๆ กับสงคราม การผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลตามสถานบริการเหล่านี้ก็ปิดตัวไปโดยปริยาย และนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่เคยเล่นดนตรีตามสถานบริการเหล่านี้ก็ต้องหาสถานที่ทำงานใหม่ กล่าวคือจุดจบของสงครามเวียดทำให้ในครึ่งหลังของทศวรรษที่ 1970 นักดนตรีเฮฟวี่เมทัลส่วนใหญ่กลับมาประกอบอาชีพเล่นดนตรีที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา

ภาพถ่ายสมาชิกวง V.I.P. #วงร็อคในตำนานของประเทศไทย สมาชิกวงจากซ้าย วิน คัมภีร์ : นักร้องนำ นิวัติ กองแก้ว : เบสและหัวหน้าวง เอกมันต์ โพธิพันธุ์ทอง : มือกลอง ส.รอนิง : มือคีย์บอร์ด ขวาสุด แหลม มอริสัน https://i.pinimg.com/originals/a0/c3/48/a0c3481a9e2f8bcb933f4990c1c66944.jpg

ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษที่ 1970 ในกรุงเทพฯ แทบไม่มีการแสดงดนตรีเฮฟวี่เมทัลเลย และเมื่อมีการแสดงดนตรีเฮฟวี่เมทัลแบบสดๆ วงดนตรีก็มักไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีนัก  มีการรายงานว่า วงที่เล่นดนตรีเฮฟวี่เมทัลอย่าง VIP นั้นเมื่อมาเล่นในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกราวต้นๆ ทศวรรษที่ 1970 ก็โดนโห่ไล่ อย่างไรก็ดีเมื่อถึงช่วงตอนกลางๆ ทศวรรษที่ 1970 ดนตรีเฮฟวี่เมทัลก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในกรุงเทพฯ มีรายงานว่าการแสดงดนตรีสดตามห้องโถงของโรงแรมและผับต่างๆ (ที่ตอนนั้นกระจุกตัวอยู่ย่านถนนเพชรบุรี) ในกรุงเทพฯ ก็มีการสอดแทรกบทเพลงฮาร์ดร็อค/เฮฟวี่เมทัลของวงต่างประเทศที่มีชื่อเสียงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงดนตรีบ้างเช่นเดียวกัน เช่นที่ ร้าน Red Blues, ร้าน Savoy ถนนเพลินจิต หรือ ร้าน The Den ใต้ถุนโรงแรมอินทรา

การเปิดรับดนตรีเฮฟวี่เมทัลมากขึ้นของผู้คนในกรุงเทพฯ สอดรับกับการจบสิ้นของสงครามเวียดนามพอดีและการย้ายพื้นที่ทำกินของนักดนตรีเฮฟวี่เมทัลจากค่ายจีไอพอดี นอกจากโอกาสในการกลับมาประกอบอาชีพทางดนตรีในกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นักดนตรีฮาร์ดร็อค/เฮฟวี่เมทัลรุ่นแรกของไทยจากวงดนตรีที่มีชื่อเสียงบางวงก็ได้มีโอกาสไปประกอบอาชีพนักดนตรีในต่างประเทศด้วย เช่น แหลม มอร์ริสัน และวง VIP กิตติ กาญจนสถิต และวง คาไลโดสโคป เป็นต้น

ภาวะที่มีการผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลในกรุงเทพเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ตอนกลางทศวรรษที่ 1970 เท่านั้น  เนื่องจากในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ถึงต้นทศวรรษที่ 1980 พวกคลับบาร์ต่างๆ เริ่มเปลี่ยนนโยบายของร้านมาเปิดเพลงดิสโก้แทนที่จะจ้างวงดนตรีมาแสดงสดเนื่องจากดนตรีดิสโก้เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่สาธารณชนในช่วงนั้นและการให้บริการดนตรีดิสโก้ก็ใช้เพียงแค่ดีเจเท่านั้น ทำให้ต้นทุนของการให้บริการดนตรีดิสโก้ด้วยการเปิดแผ่นเสียงต่ำกว่าต้นทุนของการจ้างวงดนตรี

มาเพื่อแสดงดนตรีสดมาก วรรณพ บูรณะสิทธิพร ผู้ซึ่งได้กลายมาเป็นเจ้าของสถานบริการดนตรีร็อคชื่อดังในช่วงต่อมาเล่าว่า “พวกคลับบาร์ต่างๆ สามารถดำเนินกิจการได้โดยการจ่ายเงินดีเจแค่ 20,000 บาท ในขณะที่ถ้าพวกเขาจ้างวงดนตรีเขาต้องจ่ายถึง 100,000 บาท วงดนตรีสดหลายๆ วงก็ต้องแยกวงกันไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” กล่าวคือ ต้นทุนของการที่สถานบริการจะมีวงดนตรีประจำนั้นสูงกว่าการมีเพียงดีเจประจำถึง 5 เท่าทีเดียว มีนักฟังเพลงในสมัยนั้นเล่าว่า กระแสดนตรีดิสโก้ถึงขั้นทำลายวัฒนธรรมดนตรีสดในกรุงเทพฯ และอาชีพนักดนตรีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี   มีการรายงานเช่นกันว่า กระแสดิสโก้นั้นไม่ถึงกับทำให้นักดนตรีร็อครุ่นก่อนต้องเลิกประกอบอาชีพนักดนตรีโดยสิ้นเชิงเพราะผับบางแห่งก็ยังมีดนตรีสดอยู่ เพียงแต่วงที่เล่นนั้นก็ต้องเปลี่ยนไปเล่นดนตรีดิสโก้ กิตติ กาญจนสถิตย์ ได้เล่าถึงชีวิตที่ต้องหยุดเล่นดนตรีเฮฟวี่เมทัลผันตัวเองไปเล่น “ดนตรีฟังค์” (ซึ่งในช่วงนั้นก็มีความคาบเกี่ยวกับดนตรีดิสโก้) ในกรุงเทพฯ ช่วงเวลาดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ทศวรรษที่ 1970 จบลงด้วยความซบเซาของดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่การผลิตของมันถูกระงับยับยั้งไปเนื่องจากสถานบริการสามารถหาดนตรีชนิดอื่น ที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจต่ำกว่าอย่างดนตรีดิlโก้เพื่อที่จะให้บริการได้ วงดนตรีเฮฟวี่เมทัลจำนวนมากที่รวมตัวกันด้วยจุดประสงค์พื้นฐานทางเศรษฐกิจก็ต้องแยกย้ายกันไป นักดนตรีที่มีชื่อเสียงหากไม่เดินทางไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ ก็ต้องเล่นดนตรีชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดนตรีเฮฟวี่เมทัลเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่มีการรายงานใดๆ ทั้งสิ้นว่าในทศวรรษที่ 1970 มีการผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อเป้าหมายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ดังนั้นตลอดทศวรรษที่ 1970 ปัจจัยที่ชี้ขาดการผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลก็คือความต้องการของตลาดนั่นเองดังนั้นจึงพอจะกล่าวได้ว่า หลักการทางเศรษฐกิจเป็นหลักการหลักๆที่ชี้นำการผลิตดนตรีเฮฟวี่เมทัลตลอดทศวรรษที่ 1980

บทความโดย : อธิป จิตตฤกษ์ : กำเนิดและพัฒนาการของสนามของการผลิตดนตรีเมทัลไทย, ทศวรรษที่ 1970 ถึง 2010

0 Comments 0 Comments
0 Comments 0 Comments