บทความน่าสนใจ

จุดจบการเกณฑ์ทหารในอเมริกา

จุดจบการเกณฑ์ทหารในอเมริกา

. . .ย้อนไปในปี 1965 เมื่อกองทัพสหรัฐต้องการเพิ่มพละกำลังของตัวเองเพื่อไปรบในสงครามเวียดนาม จึงทำให้ประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน (Lyndon Johnson) ออกกฎหมายการเกณฑ์ทหารเกิดขึ้น ทำให้ชายหนุ่มที่มีอายุ 18-25 ปี ต้องไปลงทะเบียนรายงานตัวการคัดเลือกกับคณะกรรมการประจำท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่

. . .ชายหนุ่มที่ถูกคัดเลือกส่วนใหญ่มักจะมาจากครอบครัวที่ยากจน, ชนชั้นแรงงาน, ชาวไร่ชาวนาทั่วไปที่มาจากชนบท รวมไปถึงกลุ่มคนผิวสี ในทางกลับกันพวกชนชั้นสูงหรือลูกคนรวยจะมีปริมาณน้อยมากๆ ไม่เว้นแม้แต่คณะกรรมที่มีหน้าที่ในการคัดเลือกค่อนข้างมีอำนาจเยอะในการตัดสินใจ จนนำมาสู่การคัดเลือกแบบไม่เป็นธรรม คอยใช้อำนาจช่วยลูกหลานตัวเอง รวมไปถึงพวกใช้เส้นสายหรือยัดเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ตนรอดพ้นจากการถูกคัดเลือกทหาร และระบบนี้ยังมีทริคการหลีกเลี่ยงอีกมากมายอย่างเช่น ไปลงทะเบียนเรียนมหาลัยเพื่อได้รับการผ่อนผัน หรือซื้อใบรับรองแพทย์ปลอมอาการป่วย

. . .ทำให้เริ่มมีชายหนุ่มหลายคนไม่เห็นด้วยกับการจับคนไปรบโดยไม่สมัครใจ ชายหนุ่มที่ปฏิเสธการเข้าร่วมส่วนใหญ่มักจะลงเอยด้วยการติดคุก จึงทำให้เริ่มมีผู้คนหลบหนีออกนอกประเทศจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะหนีไปกบดานอยู่ประเทศแคนนาดาและเม็กซิโกเป็นหลัก และเริ่มมีม็อบประท้วงการเกณฑ์ทหารขนาดย่อมๆเกิดขึ้น ซึ่งในช่วงแรกๆชายหนุ่มที่หลบหนีส่วนใหญ่มักจะโดนสังคมรุมประณามว่า "ไอ้ขี้ขลาด"

. . .แต่และแล้วเวลาผ่านไป สงครามเวียดนามเริ่มจะยืดเยื้อและไม่มีท่าทีว่าจะจบเร็วๆนี้ รวมไปถึงการที่กองทัพต้องการทหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้เริ่มมีประชาชนไม่พอใจเป็นจำนวนมากและไปเข้าร่วมการประท้วงอย่างมหาศาล และต่อต้านสงครามเวียดนามอย่างเต็มตัว (หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump จะเห็นว่ามีฉากประท้วงครั้งใหญ่อยูู่) รวมไปถึงกลุ่มพรรคเสือดำ (Black Panther Party) ที่มาเข้าร่วมมีบทบาทต่อต้านการจับคนผิวสีไปรบในสงครามเวียดนามเช่นกัน

. . .หลังจากมีแรงกดดันจากสังคมเข้ามากมาย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อการคัดเลือกทหารในปี 1969 รัฐบาลจึงเปลี่ยนระบบการคัดเลือกทหารมาเป็นการจับฉลากวันเกิดแทน (The Draft Lottery) ระบบนี้คือการใส่แคปซูลสีฟ้าจำนวน 366 อันลงไปถังแล้วรัฐบาลจะจับฉลากขึ้นมา ซึงด้านในจะมีวันและเดือนของผู้ที่จะโดนคัดเลือกระบุอยู่ โดยการจับฉลากดังกล่าวได้ถูกถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

. . .ต่อมา ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) หนึ่งในผู้สมัครลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐได้ประกาศจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร จนนิกสันชนะการเลือกตั้งและขึ้นมาเป็นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกา และทำลายระบบดังกล่าว ปรับเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารมาเป็นการสมัครใจเข้าร่วมอย่างเต็มตัวแทน และเพิ่มสวัสดิการต่างๆเพื่อจูงใจชายหนุ่มอเมริกันให้มาสมัครเข้าร่วมกับกองทัพ....

ขอบคุณที่มาจากเฟสบุ๊ค HELLO CANDy

0 Comments 0 Comments
0 Comments 0 Comments